วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กิจกรรมไหว้ครู





ครู หมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ของสังคมและประเทศชาติ

วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภาเป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครูในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และ วิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ควบคุม จรรยาและวินัยของครูรักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู จัด สวัสดิการให้ครูและครอบครัว ได้รับ

ความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู

โรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ อ.เมือง จ.ลพบุรี



ที่อยู่ 10 ถ.เพทราชา ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี 15000
โทร. 036-411235 โทรสาร. 036-421088

วินิตศึกษา หมายถึง การศึกษาที่ต้องดำเนินตามรูปแบบ คือ วิชาการและคุณธรรม โดยหลวงพ่อพระพุทธวรญาณเป็นผู้ตั้ง มีอักษรย่อคือ " ว.ศ. " หมายถึง วินิตศึกษา
ตราประจำโรงเรียน ประกอบด้วย งู 2 ตัว พันรอบพาน บนพานมีคัมภีร์ และมีดวงจันทร์เหนือคัมภีร์

•งู หมายถึง ปีมะเส็ง ปีเกิดของหลวงพ่อพระพุทธวรญาณ ผู้ให้กำเนิดโรงเรียน
•คัมภีร์   หมายถึง ตำรา วิชาการต่างๆ
•พานรองรับคัมภีร์ หมายถึง การศึกษากับศาสนา
•ดวงจันทร์ หมายถึง สติปัญญา

สัญญลักษณ์รวมทั้งหมด หมายถึง การศึกษา ที่อยู่กับศาสนา จึงทำให้เกิดสติปัญญาที่สมบูรณ์ ส่วนบนมี มงกุฏ และแฉกรัศมี ส่วนล่าง มีข้อความว่า "โรงเรียนวินิตศึกษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" เป็นสองแถวโค้ง ตามส่วนของเครื่องหมาย เป็นเครื่องหมายแสดงถึง การได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงรับโรงเรียนวินิตศึกษา ไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2534

ประวัติโรงเรียน


         วันที่ 20 พฤษภาคม 2498 พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพุทธวรญาณ (กิตติ บัวอ่อน ปธ.8) อดีตเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีกับ คณะศิษย์ 4คน ได้จัดตั้งโรงเรียนวินิตศึกษาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนได้รับการศึกษาควบคู่ไปกับการฝึกอบรม คุณธรรมตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ให้สามารถประกอบสัมมาอาชีพได้ และดำรงตนอยู่ในสังคมด้วยคุณธรรมอันดี เปิดสอนตั้งแต่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 120 คน ครู 7 คน ใช้ศาลาวัดกวิศราราม และอาคารสถานที่ของวัดเป็นที่เรียน โดยท่านเป็นผู้อำนวยการ และมี ครูประพันธ์ ผลฉาย เป็นครูใหญ่

พ.ศ. 2492 กระทรวงศึกษาธิการให้การรับรองวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล ภายหลังจากได้ดำเนินการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษา ได้เพียง 3 ปี และได้ย้ายสถานที่เรียน มาสร้างอาคารถาวรด้านหลังวัด ซึ่งเป็นอาคารเรียนปัจจุบัน โดยมี อาจารย์ประพัฒน์ ตรีณรงค์ เป็นครูใหญ่คนที่ 2 (ต่อจากอาจารย์ ประพันธ์ ผลฉาย) พร้อมกันนี้ได้เปิด สอนชั้น ม.4 - ม.6 (มศ.1 - มศ.3 ปัจจุบัน) ในนามโรงเรียน วิทยาประสิทธิ์ (เพราะการจะเปิดชั้นเรียนเพิ่มสูงขึ้นนั้น เปิดในโรงเรียนเดิมซึ่งได้รับการรับรองวิทยฐานะแล้วไม่ได้ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น) มีอาจารย์ชั้น ปานบัว เป็นครูใหญ่ โรงเรียนนี้เปิดทำการสอนไม่นาน กระทรวงศึกษาธิการก็รับรองวิทยฐานะ เทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล ในปี พ.ศ. 2495 และหลังจากนั้นก็ยุบเป็น " วินิตศึกษา " แต่เพียง โรงเรียนเดียว โดยหลวงพ่อพระพุทธวรญาณรักษาการตำแหน่งครูใหญ่อยู่ 2 ปี

ต่อจากนั้น อาจารย์จันทร์ บัวสนธิ์ ก็ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ต่อมาจนสิ้นสุด ปีการศึกษา 2538 ชั้นเรียนเดิม ซึ่งเคยมีตั้งแต่ ชั้นมัธยมปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมปีที่ 6 ก็เปลี่ยน เป็นตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 5 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามระบบการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงใหม่ และได้เปิดชั้น ม.ศ. 4 ม.ศ. 5 และ ม.ศ. 6

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน




จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่า “เมืองสามหมอก” เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขา ล้อมรอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนทอดขนานไปกับทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว ดังนั้น จึงปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ และป่าไม้นานาพันธุ์จนมีคำกล่าวว่าเปรียบเสมือนกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทย

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐฉาน แห่งสหภาพพม่า
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตากทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ทิศตะวันตก ติดต่อกับสหภาพพม่า

การเดินทาง
รถยนต์ แม่ฮ่องสอนในอดีตเป็นเมืองที่เร้นลับและทุรกันดารในสายตาของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เนื่องจากเดิมนั้นการเดินทางเข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีถนนเพียงสายเดียว คือ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ ซึ่งตัดจากจังหวัดเชียงใหม่ผ่านอำเภอหางดง สันป่าตอง จอมทอง ฮอด แม่สะเรียง แม่ลาน้อย และขุนยวม มาถึงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน รวมระยะทางประมาณ ๓๔๙ กิโลเมตร เส้นทางสายนี้เป็นทางตัดขึ้นเขาสูง มีความสวยงามและคดเคี้ยวนับได้มากถึง ๑,๘๖๔ โค้ง ปัจจุบันมีถนนจากจังหวัดเชียงใหม่ถึงแม่ฮ่องสอนเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง คือทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕ หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่าเส้นทางสายแม่มาลัย-ปาย ตัดจากอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงอำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอนเหลือระยะทางเพียง ๒๔๕ กิโลเมตร นอกจากนี้ เส้นทางนี้ยังเป็นเส้นทางผ่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย อาทิ ห้วยน้ำดัง และถ้ำต่างๆ ปัจจุบันเป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดสาย และหากนักท่องเที่ยวสนใจเดินทางจากจังหวัดตากไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยไม่แวะเข้าจังหวัดเชียงใหม่ก็สามารถเดินทางได้ตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ ผ่านอำเภอแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง ถึงอำเภอแม่สะเรียง มีระยะทางประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง

รถโดยสารประจำทาง

จากกรุงเทพฯ
     มีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศของบริษัทเอกชน ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือหมอชิต ๒ ถนนกำแพงเพชร ทุกวันๆ ละ ๑ เที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เมืองเหนือยานยนต์โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๓๕๘๗-๘

จากเชียงใหม่
     มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศ วิ่งบริการ ๒ เส้นทางคือ
สายเชียงใหม่-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน มีบริการวันละหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘) ๐๖.๓๐-๒๑.๐๐ น. ใช้เวลาเดินทางถึงอำเภอ แม่สะเรียง ๔ ชั่วโมง ถึงแม่ฮ่องสอน ๘ ชั่วโมง

สายเชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน มีบริการวันละหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ และ ๑๐๙๕) ๐๗.๐๐-๑๒.๓๐ น. ใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ ๖ ชั่วโมง

รายละเอียดติดต่อ บริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด โทร. ๐ ๕๓๖๑ ๑๓๑๘

เครื่องบิน บมจ. การบินไทย มีบริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐

สำนักงานเชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๒๑ ๐๐๔๓-๕, ๐ ๕๓๒๑ ๑๐๔๔-๗
สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. ๐ ๕๓๖๑ ๑๒๙๗, ๐ ๕๓๖๑ ๑๑๙๔
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอต่าง ๆ

อำเภอปางมะผ้า ๖๔ กิโลเมตร
อำเภอขุนยวม ๖๗ กิโลเมตร
อำเภอปาย ๑๑๑ กิโลเมตร
อำเภอแม่ลาน้อย ๑๓๔ กิโลเมตร
อำเภอแม่สะเรียง ๑๖๔ กิโลเมตร
อำเภอสบเมย ๑๙๒ กิโลเมตร


จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมายทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถาน นอกจากนี้ยังมีศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เห็นได้จากบ้านเรือนที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหรือสองชั้นแบบโบราณ เรียกว่า บ้านแบบไทยใหญ่ สร้างด้วยไม้มีใต้ถุนสูง หลังคามุงด้วยใบตองตึง มีการแต่งกายแบบพื้นเมือง ซึ่งเรียกกันว่า ชุดไต คือผู้ชายนุ่งกางเกงคล้ายกางเกงจีนหรือกางเกงชาวเล สวมเสื้อคอกลม แขนยาวป้ายแบบจีน ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงยาว สวมเสื้อทรงกระบอกตัวสั้นเพียงเอว ชาวแม่ฮ่องสอนยังใช้ภาษาท้องถิ่นและรับประทานอาหารพื้นเมือง สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยี่ยมชมจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเดินทางกลับด้วยความประทับใจ

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553

พระปรางค์สามยอด




พระปรางค์สามยอด
ตั้งอยู่บนเนินดินด้านตะวันตกของทางรถไฟ ใกล้กับศาลพระกาฬ มีลักษณะเป็นปรางค์เรียงต่อกัน 3 องค์ มีฉนวนทางเดินเชื่อมติดต่อกัน พระปรางค์สามยอดเป็นศิลปะเขมรแบบบายน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 สร้างด้วยศิลาแลง และตกแต่งลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม เสาประดับกรอบประตูแกะสลักเป็นรูปฤาษีนั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของเสาประดับกรอบประตูศิลปะเขมรแบบบายน ปรางค์องค์กลางมีฐาน แต่เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและมีเพดานไม้เขียนลวดลายเป็นดอกจันสีแดงด้านหน้าทางทิศตะวันออกมีวิหารสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่ปางสมาธิที่สมบูรณ์ดี เป็นศิลปะแบบสมัยอยุธยาตอนต้น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20
ปรางค์สามยอดนี้แต่เดิมคงเป็นเทวสถานของขอมในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ต่อมาได้ดัดแปลงเป็นเทวสถานโดยมีฐานศิวลึงค์ปรากฏอยู่ในองค์ปรางค์ทั้งสามปรางค์ จนกระทั่งถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ จึงได้บูรณะปฏิสังขรณ์พระปรางค์สามยอดเป็นวัดในพุทธศาสนา แล้วสร้างพระวิหารก่อด้วยอิฐ ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาผสมแบบยุโรปในส่วนของประตูและหน้าต่าง ภายในวิหารประดิษฐานพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยาตอนต้น ปัจจุบันยังคงประดิษฐานอยู่กลางแจ้งเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น. เว้นวันจันทร์-อังคาร ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท